ไคโตซานใช้อย่างไรจึงได้ประโยชน์ในการเลี้ยงกุ้ง

หากกล่าวถึงไคโตซาน เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นสารตัวใหม่ที่นำมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำมากว่าสิบปีซึ่งพบว่ามีประโยชน์มากกับการเลี้ยงสัตว์น้ำหลายชนิดเช่น กุ้ง,ปลา,กบ
ไคโตซาน เป็นสารโพลีเมอร์ธรรมชาติที่ได้จากการสกัดจากเปลือกกุ้ง ประกอบไปด้วยสารน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ( กลูโคซามีน ) เรียงต่อกันเป็นสายยาว ไคโตซานที่นำมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ควรมีคุณสมบัติและลักษณะที่ดี มีค่า DEGREE OF DEACETYLATION ที่สูง (มากกว่า 90) และเป็นไคโตซานที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ปราศจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัสอย่างสิ้นเชิง
 
ประโยชน์จากการใช้ไคโตซานแยกตามชนิดของสัตว์น้ำ   
 
กุ้งทุกชนิด 
- ไคโตซานเป็นสารตั้งต้นในการสร้างเนื้อเยื่อและเปลือก กระตุ้นให้มีการลอกคราบได้ดี โตเร็ว
- ไคโตซานเพิ่มการไหลเวียนของเลือดกุ้งทำให้มีการหมุนเวียนของสารอาหารดีและขับถ่ายของเสียดีขึ้น
- ไคโตซานเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับกุ้งทุกชนิด
-ไคโตซานใช้เป็นสารเคลือบอาหารเพื่อให้อาหารคงทนไม่ละลายสูญเสียไปกับน้ำ ลดค่าใช้จ่าย
- ไคโตซานใช้จับตะกอนและควบคุมปริมาณสาหร่ายในน้ำ
- ไคโตซานช่วยเพิ่มปริมาณของเม็ดสีในกุ้ง ทำให้กุ้งมีสีเข้มจัด
- ไคโตซานช่วยป้องกันกุ้งไม่ให้ติดเชื้อไวรัสได้เมื่อใช้ไคโตซานอย่างสม่ำเสมอ 
 
ปลาทุกชนิด 
- ไคโตซานเพิ่มสีในปลาให้เข้มขึ้น สีจัดขึ้น โดยเฉพาะปลาคาร์พสีแดงจะเข้มมาก
- ไคโตซานจะกระตุ้นให้ปลากินอาหารได้มากขึ้น ระบบย่อยอาหารแข็งแรง
- ไคโตซานเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตในปลาได้ดี 
 
กบ 
- ไคโตซานช่วยให้กบกินอาหารได้ดีขึ้น กบโตเร็วขึ้น
- ไคโตซานเสริมความแข็งแรงให้กับระบบย่อยอาหารของกบ
- ไคโตซานช่วยปรับปรุงคุณภาพของนำในบ่อเลี้ยงกบให้เหมาะสม
 
ประสิทธิภาพของไคโตซานในการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆมีดังนี้
1. ใช้เคลือบเม็ดอาหารกุ้งและสัตว์น้ำอื่นๆ เพื่อให้เม็ดอาหารแตกตัวช้า ละลายน้ำช้าลง รวมทั้งใช้ในการเคลือบยา วิตามินและอาหารเสริมอื่นๆ เพื่อไม่ให้ละลายไปกับน้ำในบ่อเลี้ยง เนื่องจากไคโตซานจะมีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำเมื่อแห้งและจะเก็บสารอาหาร ยาและวิตามินไว้ในเม็ดอาหารได้ดี สามารถใช้ไคโตซานเคลือบอาหารเพื่อทดแทนน้ำมันเคลือบทั้งหลาย เช่น น้ำมันปลาหมึก น้ำมันหอย โคเลสเตอรอล น้ำมันปลาทะเล ซึ่งน้ำมันเหล่านี้ จะทำให้ตับกุ้งบวมเหลือง เนื่องจากตับกุ้งย่อยไขมันไม่ไหว ไขมันจะคั่งอยู่ในตับกุ้งเป็นจำนวนมาก
2. ใช้บำรุงสุขภาพกุ้งและเสริมสร้างเปลือกกุ้ง ใช้ไคโตซานประมาณ 25 ซีซี ต่ออาหารกุ้งหนึ่งกิโลกรัม เคลือบอาหารกุ้งแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จนเม็ดอาหารเริ่มแห้ง ผสมไคโตซานให้กุ้งกินเป็นประจำตั้งแต่เล็ก (เริ่มผสมที่อาหารเบอร์2) เมื่อกุ้งได้รับไคโตซานอย่างต่อเนื่องสุขภาพจะดีขึ้น การดีดตัวดีขึ้น กล้ามเนื้อใสเหมือนแก้ว การลอกคราบเป็นปกติมีเปลือกที่หนาแข็ง,แน่น,เป็นมันเงา ลดโอกาสที่จะเป็นโรคจากไวรัสและแบคทีเรียได้มาก
 
มีความจำเป็นหรือไม่ที่จะเลือกใช้ไคโตซานในการเพาะเลี้ยงกุ้ง
โดยปกติ กุ้งจะมีการสร้างเปลือกลอกคราบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการเจริญเติบโต กุ้งที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงมีการจัดการบ่อและคุณภาพน้ำที่ดีปล่อยกุ้งไม่หนาแน่น ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไคโตซานเพื่อเสริมสุขภาพกุ้ง แต่จะเลือกใช้ไคโตซานเสริมเมื่อมีข้อสังเกตจากการเลี้ยงดังนี้
1. ปล่อยกุ้งหนาแน่น (กุ้งขาว >100,000 ตัว/ไร่, กุ้งกุลาดำ >50,000 ตัว/ไร่ )
2. กุ้งลอกคราบช้า โตช้า
3. กล้ามเนื้อกุ้งขุ่น ไม่ใสสะอาด
4. กุ้งลอกคราบเปลือกบาง เปลือกแข็งตัวช้า
5. ต้องการเคลือบวิตามิน ยาให้ละลายอย่างช้าๆ
6. ลูกกุ้งที่ปล่อยลงบ่อไปไม่เกิน 20 วันมีอาการอ่อนแอให้เห็น
7. กุ้งมีแผลสีดำตามเปลือก ต้องการลอกคราบทิ้งเปลือกที่เป็นแผล
เมื่อพบอาการข้อใดข้อหนึ่งตามข้างต้นนี้ สามารถใช้ไคโตซานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาข้างต้นนี้ได้ แต่ถ้าให้ไคโตซานป้องกันแต่แรกจะได้ผลดีที่สุด เนื่องจากกุ้งต้องนำไคโตซานเข้าสะสมในตัวทีละน้อยจนมีปริมาณไคโตซานมากพอที่จะเสริมสร้างเปลือกและเนื้อเยื่อได้ 
การใช้ไคโตซานเพื่อประโยชน์ในการเลี้ยงกุ้งนั้น ผู้เลี้ยงควรจะอดทนรอผลการใช้ประมาณ 1-2 อาทิตย์ เนื่องจากการให้ไคโตซานผสมอาหารกุ้งเพื่อสร้างสุขภาพกุ้งให้แข็งแรง สร้างเปลือกสร้างเนื้อเยื่อต้องใช้เวลาให้กุ้งได้สะสมไคตินมากพอที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ และควรให้กุ้งได้รับไคโตซานมากพอโดยผสมอาหารให้กินทุกมื้อทุกวัน จนเมื่อกุ้งสมบูรณ์แข็งแรงดีพอแล้วจึงค่อยลดปริมาณ ลดมื้อการใช้ไคโตซานจนหยุดใช้ในที่สุด เมื่อกุ้งสมบูรณ์แข็งแรงดีแล้ว
 
ปัจจุบันนี้มีสินค้าที่ทำจากไคโตซานจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดมากมายหลายบริษัท แต่ละบริษัทก็มีสูตรที่คล้ายกันบ้างหรือบางบริษัทก็มีสูตรที่เฉพาะเจาะจงของบริษัทนั้นๆ แต่พื้นฐานของสินค้าทั้งหมดก็มาจากไคโตซานเหมือนกัน      ที่จริงนั้นสินค้าที่ทำจากไคโตซานที่มีคุณภาพดีนั้นต้องมาจาก
1. ขั้นตอนการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดี
2. การเลือกใช้ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลเหมาะสมกับจุดประสงค์ของแต่ละการใช้งาน
3. วิธีการผสมและความสะอาดของการผลิต
1. ขั้นตอนการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดี
วัตถุดิบที่ดีสำหรับการทำไคโตซานควรจะเป็นของสด เช่น เปลือกกุ้งสด, เปลือกปูสด ระหว่างที่นำมาผลิตต้องเก็บในอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส ขั้นตอนในการสกัดโปรตีนออกมาต้องสกัดให้หมด เนื่องจากถ้ามีโปรตีนเหลือจะทำให้ไคโตซานเน่าเสียได้เมื่อทำเป็นสารละลาย ต้องสกัดแคลเซี่ยมและแร่ธาตุออกให้หมดเพื่อให้มีปริมาณกากเหลือน้อยที่สุดเพื่อที่จะได้ไคตินที่มีคุณภาพดี เมื่อนำไปผลิตต่อจะได้ไคโตซานคุณภาพดีที่สุด  ไคโตซานที่มีคุณภาพดีควรมีค่า DD (DEGREE OF DEACETYLATION) มากกว่า90ขึ้นไป ค่า DD เป็นค่าที่แสดงให้เห็นว่าไคโตซานที่มีค่าDDสูงมากจะละลายได้ดีมากมีส่วนที่เป็นกากน้อย สารละลายที่ได้จะมีความใสสะอาดมาก ตรงกันข้ามกับไคโตซานที่มีค่า DD ต่ำจะละลายยากและมีความขุ่นมาก สารละลายที่ได้จะไม่ใสสะอาดเนื่องจากมีกากและส่วนที่ไม่ละลายมาก ไม่เหมาะกับการนำมาใช้ผสมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการคุณภาพ เช่น อาหารคน , อาหารกุ้ง , สารเสริมภูมิคุ้มกันพืชทางใบ แต่สามารถนำไคโตซานที่มีค่า DD ต่ำมาใช้เป็นปุ๋ยผสมดิน , บำบัดน้ำเสียได้เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ไคโตซานที่มีค่า DD สูงนัก
ดังนั้นไคโตซานที่มีคุณภาพดีจะสังเกตได้จากค่า DD ที่สูง(ถ้าสามารถขอใบรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์จากผู้ขายได้จะดีมาก) มีเนื้อสารละลายที่ใสสะอาด , ไม่มีตะกอนและผลิตมาจากบริษัทที่เชื่อถือได้ว่ามีความชำนาญมีกรรมวิธีการผลิตที่สะอาดได้มาตรฐาน เนื่องจากไคโตซานที่ไม่บริสุทธิ์เมื่อนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจะเน่าเสียเร็ว มีความขุ่นสูง ละลายยาก ไม่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป
2 .การเลือกใช้ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลเหมาะสมกับจุดประสงค์ของแต่ละการใช้งาน
ความต้องการใช้ไคโตซานในแต่ละจุดประสงค์นั้นขึ้นกับน้ำหนักโมเลกุลของไคโตซาน ซึ่งไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลน้อยจะมีสายสั้น ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลมากจะมีสายยาว ในธรรมชาติไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่างๆจะคัดมาจากแต่ละส่วนของอวัยวะของกุ้ง,ปู  ซึ่งเปลือกของกุ้ง ปู แต่ละส่วนเมื่อทำเป็นไคโตซานเรียบร้อยแล้วจะมีน้ำหนักโมเลกุลไม่เหมือนกัน เปลือกกุ้ง ปู ที่ถูกเก็บมาอย่างดีด้วยความเย็นจัดจะให้น้ำหนักโมเลกุลที่สม่ำเสมอมากกว่าเปลือกกุ้ง ปู ตากแห้งที่ไม่ได้เก็บด้วยความเย็น เปลือกที่ตากแห้งจะมีเศษโปรตีนปนเปื้อนมากกว่าเปลือกสด จะทำให้ได้ไคโตซานที่มีคุณภาพต่ำกว่าการใช้เปลือกกุ้ง ปูสดมาผลิต
จุดประสงค์ในการคัดเลือกไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่างๆมาใช้งานก็เพื่อที่จะต้องการให้ไคโตซานมีประสิทธิ์ภาพสูงที่สุดเหมาะกับจุดประสงค์นั้นๆ เช่น เมื่อต้องการใช้เคลือบเม็ดอาหารกุ้งและปลา จะใช้ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงและน้ำหนักโมเลกุลปานกลางเป็นส่วนใหญ่ ถ้าต้องการใช้กับพืชจะต้องใช้ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำมากๆ หรือถ้าต้องการใช้ไคโตซานในการเคลือบผัก ผลไม้ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาควรจะใช้ไคโตซานที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงมากๆ
3. วิธีการผสมและความสะอาดของการผลิต
ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยไคโตซานในแต่ละสูตรนั้นมีวิธีการผสมที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการใช้งานและคุณสมบัติของสารละลายไคโตซานที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับ
3.1 กรดอินทรีย์แต่ละชนิดที่ใช้ทำละลายไคโตซาน 
3.2 กรรมวิธีการละลายไคโตซาน 
3.3 อุณหภูมิที่ใช้ขณะทำการละลาย  
3.4 ภาชนะที่ใช้ทำละลาย
3.5 การควบคุมไอออนของโลหะในสารละลาย
3.6 การกำจัดแบคทีเรียและเชื้อราที่ปนเปื้อนในสารละลาย
3.7 การควบคุมการผสมโดยผู้เชี่ยวชาญ

สารละลายไคโตซานที่ดีนั้นจะต้องมีความใสสะอาดสูง ปราศจากฝุ่นผงและกากของไคติน  ไม่มีกลิ่นเหม็น มีความข้นเหนียวเหมาะสม กระบวนการทำละลายใช้อุณหภูมิที่เหมาะสม ในภาชนะปลอดสนิม ใช้น้ำที่ปราศจากไอออนในการทำละลายและผ่านขบวนการการกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียด้วยความร้อน ขั้นตอนทั้งหมดควรถูกควบคุมโดยผู้ผลิตที่เชี่ยวชาญชำนาญและมีประสบการณ์เกี่ยวกับไคโตซานเป็นเวลานาน