ไคโตซานเป็นสารที่เข้ามาในวงการเพาะเลี้ยงกุ้งได้ประมาณ 10 ปีแล้ว มีเกษตรกรที่เคยใช้ไคโตซานมาแล้วเป็นจำนวนมาก แต่มักจะมีประสบการณ์ใช้ไคโตซานกับกุ้งกุลาดำเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเกษตรกรจะใช้ไคโตซานเพื่อช่วยในการลอกคราบให้กุ้งกุลาดำ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและเพิ่มความแข็งแรงของสุขภาพกุ้งกุลาดำ
ในปี 2549 กุ้งกุลาดำมีปริมาณการเลี้ยงน้อยลงเหลือเพียงไม่ถึง 5% ของปริมาณการเลี้ยงกุ้งทั้งหมด กว่า 95% ของปริมาณการเลี้ยงกุ้งจะเป็นกุ้งขาว กุ้งขาว (P. Vannamei) เป็นกุ้งที่มีการลอกคราบดีกว่ากุ้งกุลาดำ เนื่องจากกุ้งขาวเป็นกุ้งที่ว่ายน้ำปราดเปรียวดีดตัวบ่อยเป็นประจำ ทำให้การลอกคราบสลัดคราบง่าย ปัญหาจากการลอกคราบจึงพบน้อยกว่ากุ้งกุลาดำ
ในช่วงแรกของการเลี้ยงกุ้งขาว เกษตรกรจะปล่อยกุ้งไม่เกิน 100,000 ตัวต่อไร่ ทำให้การเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยจะมีปัญหา แต่ในปัจจุบันมีการปล่อยกุ้งหนาแน่นมากขึ้น (เกินกว่า 100,000 ตัวต่อไร่) ทำให้การเลี้ยงประสบกับปัญหาหลายอย่าง และปัญหาหนึ่งที่เกษตรกรพบ ก็คือ กุ้งลอกคราบไม่ออก เปลือกบาง ลอกคราบแล้วตายคาคราบ ทั้งๆที่แร่ธาตุในน้ำมีค่าสมบูรณ์ทุกอย่าง ออกซิเจนในน้ำสูง และไม่มีการติดเชื้อในบ่อ กุ้งจะตายไปเรื่อยๆ
จากการวิเคราะห์ซากกุ้งที่ตาย พบว่า คุณภาพของเปลือกต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เปลือกกรอบเปราะบางแตกง่าย เนื่องจากไม่มีโครงสร้าง ไคติน ยึดไว้เป็นโครง (โครงสร้างไคติน คือ แผ่นบางๆที่มีลักษณะคล้ายพลาสติกเป็นเปลือกหุ้มอยู่รอบตัวกุ้งหลังจากที่กุ้งลอกคราบเสร็จใหม่ๆ) ตัวกุ้งเละนิ่ม ไม่มีความแน่นของเนื้อกุ้ง
มีการทดลองใช้ ไคโตซานที่ใช้กับกุ้งกุลาดำกับกุ้งขาวที่มีปัญหาลอกคราบแล้วนิ่มตาย ปรากฏว่า กุ้งมีอาการดีขึ้น เปลือกหนาขึ้น แต่กุ้งยังมีเนื้อไม่แน่นพอ เนื่องจากลักษณะของกุ้งขาวและกุ้งกุลาดำมีการดำรงชีวิตที่ต่างกัน กุ้งกุลาดำได้รับไคโตซานแล้วจะสะสมเพื่อสร้างเปลือกและเนื้อเยื่ออย่างช้าๆ กุ้งจะเคลื่อนไหวน้อย ดังนั้นจะมีเปลือกที่แข็งหนาและมีเนื้อแน่น แต่กุ้งขาวมีการเคลื่อนไหวดีดตัวตลอดเวลา เมื่อได้รับ ไคโตซานแล้ว จะมีการลอกคราบที่ดีขึ้น มีเปลือกที่แข็งหนาขึ้น แต่มีเนื้อไม่แน่นเท่ากับกุ้งกุลาดำ เนื่องจากกุ้งขาวมีการใช้พลังงานเคลื่อนที่มากทำให้การสะสมอาหารในเนื้อเยื่อน้อยลง
จึงมีการทดลองใช้ คอลลาเจนและอมิโนแอซิดรวม ผสมกับ ไคโตซาน แล้วนำไปผสมกับอาหารให้กุ้งขาวกิน ปรากฏว่ากุ้งขาวมีสุขภาพดีขึ้น แข็งแรง โตเร็ว เปลือกแข็งหนาและมีเนื้อที่แน่นใส แก้ปัญหาทุกอย่างได้ตรงจุด สร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก สาเหตุที่ผลการใช้ ไคโตซานสูตรคอลลาเจนอมิโน ได้ผลดีมากกับกุ้งขาวนั้น เป็นเพราะ คอลลาเจน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีในเกล็ดปลาทะเลอยู่แล้ว ซึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นโครงสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของกุ้ง อีกทั้ง อมิโนแอซิดรวม ก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นเนื้อกุ้งโดยตรง โดยมี ไคโตซาน เป็นตัวประสานไม่ให้ คอลลาเจนและอมิโนแอซิด ซึ่งละลายน้ำได้ง่าย ละลายสูญเสียไปกับน้ำในบ่อเลี้ยง โดย ไคโตซาน จะจับกับ คอลลาเจนและอมิโนแอซิด ในรูปคอมเพล็กซ์ ที่ไม่ละลายน้ำ เมื่อเคลือบกับเม็ดอาหารกุ้ง สารทั้งหมดจะไม่ละลายไปกับน้ำในบ่อ แต่จะเกาะแน่นอยู่กับเม็ดอาหารกุ้ง
ดังนั้น วิธีการใช้ ไคโตซาน กับกุ้งขาวอย่างถูกวิธี คือให้เริ่มคลุกอาหารกุ้ง ตั้งแต่กุ้งอายุ 10-15 วัน โดยมีอัตราการใช้ 25-50 ซี.ซี. ต่ออาหารกุ้ง 1 กิโลกรัม ให้ทุกมื้อทุกวันจนกุ้งอายุ 60 วัน จึงลดการใช้ไคโตซานเป็นเพียงวันละ 1 มื้อ เนื่องจากปริมาณอาหารในแต่ละมื้อมีจำนวนมาก เป็นปัญหาในการผสมไคโตซาน อีกทั้งกุ้งที่อายุเกิน 60 วันแล้ว จะมีขนาดที่สมบูรณ์พอที่จะเลี้ยงต่อด้วยอาหารอย่างเดียว โดยไม่ต้องเสริมสารใดๆแล้ว และที่สำคัญที่สุด ก็คือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรเอง เมื่อมีกุ้งแข็งแรงสมบูรณ์ดีแล้ว ค่าใช้จ่ายเรื่องยาและอาหารเสริมอื่นๆก็จะลดลง
มีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง จากการใช้ ไคโตซานคอลลาเจนอมิโนคอมเพล็กซ์ เมื่อผสมอาหารให้กับกุ้งที่มีอาการของโรคขี้ขาว จะทำให้ปัญหาของโรคขี้ขาวหมดไป กุ้งจะหยุดอาการขี้ขาวโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ได้มีการสันนิษฐานว่า ไคโตซาน อาจจะไปทำลายเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดที่มีอยู่ในอาหารกุ้ง ทำให้แบคทีเรียบางชนิดและเชื้อราตาย ไม่สามารถสร้างสารพิษออกมาทำให้ลำไส้ของกุ้งอักเสบจนเป็นขี้ขาวได้ เนื่องจากมีผลทดลองในหลอดทดลองว่า ไคโตซานสามารถยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียได้หลายชนิด
(ทดลองนำเอาไคโตซานมาใช้ในการควบคุมเชื้อที่ทำให้เกิดโรค โดยให้ไคโตซานความเข้มข้น 20,000 PPM (2,000 ส่วนใน 1 ล้านส่วน) สัมผัสกับเชื้อโรคในจานเลี้ยงเชื้อโดยตรงเป็นเวลา 14 วัน
โดยมีรายการเชื้อทดลอง ดังนี้
1.) Coliforms
2.) Pseudomonas aeruginosa
3.) Salmonella typhimurium
4.) Aeromonas hydrophila
5.) Vibrio cholera
6.) Escherichia coli
7.) Shigella dysenteria
ผลการทดลองปรากฏว่าไคโตซานสามารถลดปริมาณเชื้อที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับตัวอย่างควบคุม)
แต่สาเหตุของการเกิดโรคขี้ขาว ไม่ได้เกิดมาจากเชื้อราหรือแบคทีเรียเท่านั้น อาจจะเกิดจากโปรโตซัวก็ได้ ซึ่งไคโตซานก็มีฤทธิ์ในการยับยั้งแบคทีเรียได้หลายชนิดในห้องทดลอง แต่ยังไม่มีการทดลองว่า ไคโตซาน สามารถฆ่าโปรโตซัวได้หรือไม่ ซึ่งคงต้องรอผลการทดลองต่อไปข้างหน้า
สรุปว่า การใช้ ไคโตซานคอลลาเจนอมิโนคอมเพล็กซ์ ควรจะใช้ตั้งแต่กุ้งยังเล็กๆ โดยใช้ที่อัตราส่วน 25-50 ซี.ซี.ต่ออาหาร 1 กิโลกรัมโดยให้ทุกมื้อทุกวัน จนกุ้งอายุได้ 60 วันจึงหยุดการใช้ ในระหว่างที่ใช้ไคโตซาน จะสังเกตเห็นได้ว่า กุ้งจะมีการดีดตัวที่ดี สีเข้ม มีการลอกคราบสมบูรณ์สม่ำเสมอ เปลือกแข็งเป็นมันเงา เนื้อแน่นใสไม่มีอาการป่วยตลอดระยะเวลาที่เลี้ยง