ความสำคัญของตับกุ้ง (Hepatopancreas)

ความสำคัญของตับในกุ้ง
ตับ (Hepatopancreas) มีความสำคัญอย่างมากในการควบคุมระบบการเผาผลาญอาหารภายในตัวกุ้ง นอกจากตับจะทำหน้าที่สังเคราะห์ และหลั่งเอ็นไซม์ เพื่อช่วยในการย่อยและการดูดซึมแล้วตับยังทำหน้าที่เป็นที่เก็บสะสมพลังงาน และกำจัดสารพิษอีกด้วย ตับ เป็นอวัยวะที่ได้รับผลกระทบได้ง่าย สามารถถูกทำลายโดยสารพิษ ความไม่สมดุลของสารอาหาร อาหารที่มีไขมันมากเกินไป คุณภาพของอาหารไม่เพียงพอ ดังนั้นการได้รับ "สารอาหาร" ที่เหมาะสมและครบถ้วนจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการบำรุง "ตับ" ให้สมบูรณ์ 
สภาพตับจึงเป็นตัวบ่งชี้วัดสุขภาพของกุ้งได้ทางหนึ่ง นอกจากการตรวจอวัยวะอื่นๆ แล้วสภาพของตับจะแสดงถึงสภาพการเลี้ยงและการกินอาหารของลูกกุ้งได้ ซึ่งสามารถใช้ประเมินคุณภาพลูกกุ้งได้ เมื่อผู้เลี้ยงซื้อลูกกุ้งมา ก่อนนำลูกกุ้งนั้นลงเลี้ยงในบ่อควรตรวจสภาพลูกกุ้งเพื่อประเมินความแข็งแรง ซึ่งหนึ่งในตัวชี้วัดที่ต้องตรวจคือ การตรวจตับ ดังนี้
- ตับและตับอ่อนหด เล็ก ฝ่อ แสดงว่าลูกกุ้งกินอาหารไม่พอ มีการขาดอาหารเป็นเวลานาน
- มีการตรวจพบวัตถุที่ไม่ใช่อาหารในตับ แสดงว่ากุ้งได้อาหารไม่พอ น้ำมีตะกอนมากจนลูกกุ้ง
  จับตะกอนมากินแทนอาหาร
- ไม่พบอาหารในตับ แต่ตับไม่หด เล็ก ฝ่อ แสดงว่ากุ้งกำลังต้องการอาหารหรืออาหารไม่พอ
- ตับมีสีเข้ม มีอาหารเต็ม มีเม็ดไขมัน แสดงว่าได้รับอาหารสมบูรณ์ กุ้งมีสุขภาพดี 
ในกุ้งโต จะใช้ตับเพื่อตรวจหาเชื้อโรค กุ้งที่ป่วยมีการติดเชื้อจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ตับ เช่น โรคติดเชื้อแบคทีเรียวิบริโอ Septic hepatopancreatic necrosis จะพบตัวกุ้งเปลี่ยนเป็นสีแดง ตับซีดขาว แต่ถ้ามีการติดเชื้อเรื้อรังจะทำให้ตับหดตัวฝ่อลงด้วย แต่ถ้าอาหารที่กุ้งกินนั้นเป็นอาหารคุณภาพไม่ดี ได้สารอาหารไม่ครบถ้วน หรือได้รับอาหารน้อยเกินไป หรือได้รับสารปนเปื้อนที่เป็นพิษต่อร่างกายกุ้ง เช่น สารพิษจากเชื้อรา สารพิษจำพวกยาฆ่าแมลง ก็จะทำให้กุ้งที่เลี้ยงมีปัญหาได้ 

ดังนั้น ในการเลี้ยงกุ้งควรคำนึงของแหล่งอาหารที่กุ้งได้รับ สำหรับอาหารสดควรมีการฆ่าเชื้อหรือกำจัดเชื้อต่างๆที่แฝงมากับอาหารสดเหล่านั้น ส่วนอาหารกุ้งควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนที่ดี มีส่วนผสมของสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุที่สมบูรณ์ ได้รับทะเบียนจากกรมประมงเป็นที่เรียบร้อย เพื่อทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่ากุ้งได้รับอาหารที่ดีมีประโยชน์ ไม่มีสารพิษเจือปน