เริ่มมีการนำไคโตซานมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจสัตว์น้ำโดยเฉพาะการเลี้ยงกุ้งเมื่อ 10 กว่าปีนี้ โดยเริ่มจากการนำไคโตซานมาเคลือบเม็ดอาหารกุ้งก่อน โดยมีความเชื่อว่าไคโตซานเป็นโพลีเมอร์ธรรมชาติซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต
อาหารกุ้งในสมัยก่อนนั้นจะมีค่าความคงตัวต่ำ ละลายน้ำได้เร็ว เมื่อแช่อาหารกุ้งในน้ำเพียง 2-3 ชั่วโมง อาหารกุ้งจะสลายตัวเละจนกุ้งไม่สามารถนำเม็ดอาหารกุ้งมากินได้ ทำให้อาหารกุ้งเสียสภาพไปกับน้ำในบ่อเป็นจำนวนมาก และเศษอาหารที่ละลายอยู่ในน้ำจึงเป็นปัญหากับคุณภาพของน้ำในบ่อ ก่อให้เกิดการเน่าเสียของน้ำ ทำให้ค่าแอมโมเนีย และไนไตรท์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นพิษกับกุ้งในบ่อ หากแก้ไขคุณภาพน้ำในบ่อไม่ทันอาจทำให้กุ้งเสียหายและตายเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อใช้ไคโตซานในรูปสารละลายไคโตซานเข้มข้น 3-5% w/v มาเคลือบเม็ดอาหารและผึ่งทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีเพื่อให้เกิดฟิล์มไคโตซานแห้ง หลังจากเม็ดอาหารถูกเคลือบด้วยไคโตซานแห้งดีแล้ว ให้นำไปหว่านลงในบ่อกุ้ง เม็ดอาหารจะคงตัวอยู่ในน้ำได้นานถึง 5-8 ชั่วโมงโดยไม่สลายตัวกลายเป็นผง ยังคงสภาพเป็นเม็ดอยู่ มีเนื้อสัมผัส คล้ายกับลูกชิ้นปลาเนื่องจากไคโตซานจะเข้าไปรัดเม็ดอาหารให้อยู่ตัวในน้ำ กุ้งสามารถคีบเม็ดอาหารกินได้ง่าย และทำให้คุณภาพของน้ำในบ่อดีขึ้น เนื่องจากไม่มีเม็ดอาหารละลายออกมาจนทำให้น้ำในบ่อเสีย
แต่เมื่อใช้ไคโตซานเคลือบเม็ดอาหารกุ้งให้กินสักระยะหนึ่ง กุ้งจะเริ่มทยอยลอกคราบออกมา เนื่องจากไคโตซานไปเสริมสร้างสารไคตินซึ่งเป็นสารที่กุ้งใช้สำหรับการสร้างเปลือก และเนื้อ ซึ่งกุ้งธรรมชาติได้รับไคตินสดอย่างเพียงพอจากเปลือกของสัตว์ทะเลต่างๆที่กุ้งจับกินเช่น กุ้งเคย, กุ้งปูตัวเล็กๆ, หอย, ปลาหมึก จึงทำให้กุ้งธรรมชาติสามารถลอกคราบได้อย่างปกติ แต่กุ้งในบ่อเลี้ยงได้รับสารไคตินไม่มากพอที่จะช่วยในการลอกคราบ เนื่องจากกุ้งในบ่อเลี้ยงมีจำนวนมาก และถูกเลี้ยงอย่างหนาแน่น ปริมาณไคตินที่กุ้งจะได้รับจากอาหารกุ้งจึงไม่เพียงพอถึงแม้ว่ากุ้งจะสามารถสังเคราะห์สารไคตินขึ้นมาได้เองจากอาหารก็ตาม
การลอกคราบของกุ้งเกิดจากการสะสมสารอาหารอย่างเต็มที่และสร้างสารไคตินขึ้นมาได้เพียงพอ กุ้งจึงเริ่มลอกคราบเพื่อขยายขนาดตัว หลังจากกุ้งลอกคราบกุ้งจะกินคราบเก่าของตัวเองเพื่อสร้างไคตินเก็บไว้สำรองสำหรับการลอกคราบครั้งต่อไป กุ้งที่ลอกคราบไปแล้วจะไม่สามารถลอกคราบได้อีกในระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากต้องสะสมอาหารและสร้างสารไคตินสำหรับการสร้างเปลือกให้ได้มากเพียงพอเสียก่อนจึงสามารถลอกคราบครั้งต่อไปได้
ก่อนที่กุ้งจะเริ่มลอกคราบ กุ้งจะเริ่มดึงแร่ธาตุจากเปลือกมาเก็บไว้ที่ตับกุ้งซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในตัวกุ้ง ตับกุ้งมีหน้าที่ย่อยอาหาร, สร้างเอนไซม์, เก็บสะสมอาหารและแร่ธาตุต่างๆไว้สำหรับการดำรงชีวิตของกุ้ง เมื่อกุ้งลอกคราบแล้ว กุ้งจะดึงสารอาหารต่างๆและแร่ธาตุที่เก็บไว้ที่ตับมาใช้ในการสร้างโครงสร้างเปลือกและดูดแร่ธาตุต่างๆจากน้ำผ่านทางเหงือกเพื่อสะสมทำให้เปลือกแข็งในที่สุด
กุ้งเก็บสารสร้างเปลือกในรูปสารประกอบไคตินไว้ในตับและเนื้อเยื่อและจะนำมาใช้เมื่อเริ่มลอกคราบ หากกุ้งได้อาหารเสริมสารไคตินเช่น ไคโตซานก็จะทำให้กุ้งสามารถสร้างสารประกอบไคตินได้มากขึ้น ซึ่งทำให้การลอกคราบง่ายและสมบูรณ์ ซึ่งทำให้มีอัตราการรอดชีวิตสูงการเสริมสารไคโตซานในอาหารกุ้งให้กุ้งกินเป็นประจำมีประโยชน์ต่อกุ้งและเกษตรกรผู้เลี้ยงทำให้เลี้ยงกุ้งง่าย กุ้งแข็งแรงโตดี ลอกคราบสมบูรณ์ ที่สำคัญไคโตซานเป็นสารธรรมชาติที่สกัดมาจากเปลือกกุ้ง จึงเหมาะที่จะนำมาใช้บำรุงกุ้งและไม่มีสารตกค้างหรือสารต้องห้ามผ่านการพิสูจน์ประสิทธิภาพมากว่า 10 ปีว่ามีประโยชน์เมื่อนำไปใช้กับกุ้งแลสัตว์น้ำอื่นๆ